0

Keziliya(Gorge of Tian Shan)

คีชิลลี่ยา  โตรกแดงลึกลับแห่งเทียนซาน

โตรกแดง ตั้งอยู่เหนือ เมืองคู่เชอ (Kuche) หรือ คูชา (Kuqa) หรือชื่อเมืองในอดีตว่า ชิวฉือ (Qiuci) อาณาจักรพุทธโบราณบนเส้นทางสายแพรไหม ทางตอนใต้ของ เทือกเขาเทียนซาน (Tian Shan) ซึ่งอยู่ห่างจาก นครวู่หลู่มู่ฉี (Urumuqi) เมืองเอกของ เขตปกครองตนเองชนชาติเหวยหวูเอ่อร์ชินเจียง (Xinjiang Uyghur Autonomous Region) มาทางทิศตะวันตก- เฉียงใต้ประมาณ 750 กิโลเมตร

เพียงผมนั่งรถขึ้นไปทางเหนือของ ตัวเมืองคู่เชอ เพียงครึ่งชั่วโมง ก็เสมือนหนึ่งอยู่ในวงล้อมของหุบผา สีน้ำตาลแดง ตะวันยามเช้าทอแสงอันอ่อนละมุน สาดส่อง ลอดม่านไอหมอกบางๆ แผ่คลุมไปทั่วหุบผาที่ดูลึกลับ ชวนพิศวง ยอดปลายแหลมคมของหินทรายนับพัน นับหมื่นยอด ต่างพุ่งทะยานขึ้นสู่เวหา สูงหลายสิบถึง กว่าร้อยเมตร คล้ายดั่งเขาวงกตที่ถูกกัดกร่อนด้วย สายลมกระโชก และสายฝนกระหน่ำมายาวนานเกินวัดอายุ แลสลับซับช้อนเป็นชั้นเป็นเชิง ลดหลั่นกันไปสุดสายตา อุปมาดั่งฉากของโรงอุปรากรธรรมชาติ อันใหญ่ยิ่ง ยามต้องแสงเช้า ทำให้หินผาอันกร้านแกร่ง ดูอ่อนโยนลง แลเบื้องใต้หุบผามีธารนํ้าสายหนึ่ง ไหลคดโค้งอยู่บนผืนท้องน้ำสีแดงเข้ม คล้ายสีปูน กินหมาก เรียกขานกันว่า ธารน้ำเค็ม (Yan Shui Gou)

หุบผาทรายที่รายรอบตัวผมอยู่ในเวลานี้เรียกว่า เค่อจวือเอ่อร์ย่าซาน (Kezierya Shan) เป็นตอนหนึ่งทางใต้ของ เทือกเขาเทียนซาน ที่ปิดล้อมทางเหนือของ คู่เชอ

เค่อจวือเอ่อร์ย่าซาน เป็นภาษา เหวยหวูเอ่อร์ (Wei Wu  Er หรือ อุยกูร์ Uyghur) หมายถึง หน้าผาสีแดง ที่ถูกกัดกร่อนด้วยแรงลม ฝน พายุ และสายธาร น้ำเค็มที่ไหลอยู่เบื้องล่างมาชั่วนาตาปี จนเป็นทัศนียภาพ น่าตื่นตาตื่นใจ คล้ายอยู่บนพื้นผิวต่างพิภพ สภาพ ภูมิประเทศเช่นนี้ ชาวเหวยหวูเอ่อร์ เรียกขานกันว่า เนินดินหินปูนอันสูงชะโงกเงื้อม (Ya Dan Di Mao)

เค่อจวือเอ่อร์ย่าซาน คล้ายงานประติมากรรม ธรรมชาติ สลักเสลาหินทรายสีน้ำตาลเทาแดง จนมีหลากรูปหลายทรง บ้างจินตนาการได้เหมือนพระราชวัง โปตาลา, ป่าหิน, มังกรบิน, อูฐนั่ง หรือม้าศึกคึกคะนอง ฯลฯ จนดูพิศวงลึกลับดั่งเขาวงกตอันชับซ้อน ที่คล้ายคอย กำลังทดสอบจิตของผู้เดินทางในอดีต ที่มุ่งหมาย จาริกแสวงบุญ ณ ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขัดเกลาใจตน ให้หยั่งรู้ถึงจิตที่แท้ มาดหวังบรรลุมรรคผลนิพพาน ในกาลเบื้องหน้า

…ฤานี่คือจุดมุ่งหมายของบรรพบุรุษแต่กาลก่อน ที่ตั้งใจขุดหมู่ถ้ำพระสหัสพุทธขึ้น เพื่อประพฤติปฏิบัติ ธรรมแสวงหาความหลุดพ้น ในดินแดนอันสงบวิเวก ยากที่บุคคลธรรมดา ผู้ไม่มุ่งมั่นจริง จะเข้าถึงได้?  และในขณะเดียวกัน ก็ไม่ยากเย็นเกินไปกว่าที่ พุทธศาสนิกชนผู้ศรัทธามั่น จะเดินทางไปทำนุบำรุง รักษาได้”

มาได้ครึ่งทาง จะพบสามแยก ด้านช้ายมือเป็นทางหลวงหมายเลข 307 แยกไป ถ้ำพระสหัสพุทธคีชิล (Kizil Thousand Buddha Caves) 1 ใน 4 พระสหัสพุทธคูหาที่สำคัญของจีน ส่วนทางด้านขวามือ เป็นทางหลวงหมายเลข 217 สู่ โตรกแดง หุบลึกลับ แห่งเทียนซาน จุดหมายปลายทางที่ผมกำลังมุ่งหน้าไป

เกือบตลอดเส้นทางในช่วงนี้ จะอยู่ในหุบเขาของ เทือกภูสีแดงอิฐ เลียบขนานไปกับ แม่น้ำคู่เชอ (Kuche River) ที่มีสันทรายกลางท้องน้ำแผ่ออกกว้างกว่า 300 เมตร ในยามบ่ายเมฆก่อตัวขึ้นหนา แสงตะวัน สาดส่องลงมาเป็นหย่อมๆ เลื่อนไหลไปตามหมู่เมฆ ที่กำลังเคลื่อนคล้อยตามแรงลม ในห้วงเพลานี้ ผมดู คล้ายกำลังอยู่ ณ ดินแดนอันไกลแสนไกล มีเพียง ธรรมชาติในอ้อมกอดของภูผาและสายธาร ที่กำลัง นำผมมุ่งไปสู่อีกหนึ่งดินแดนอันหลบเร้น ณ เบื้องหน้า

ราวเกือบหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ผมมายืนอยู่ในวงล้อม ของภูผาแดงอันสูงชันรอบด้าน ที่ถูกเรียกขานกันมา ในไม่กี่ปีนี้ว่า หุบโตรกลึกลับแห่งภูฟ้า อันเป็นภูมิทัศน์ตอนหนึ่งทางด้านใต้ของเทือกเขาเทียนซาน มีชื่อเรียก ตามภาษาเหวยหวูเอ่อร์เจ้าของถิ่นว่า คีชิลลี่ยา (Keziliya) หมายถึง ภูผาสีแดงเพลิง

ไม่ผิดตามชื่อเรียกขาน เพราะสามร้อยหกสิบองศา รอบตัวผมในเวลานี้ มีแต่สีแดงเพลิงเหมือนสีปูน กินหมากของภูผาอันสูงชันครอบคลุมไปทั่ว เบื้องหน้า มีประตูทางเข้าหุบโตรก ตามข้อมูลเขียนไว้ว่า…

“…หุบโตรกนี้อยู่ห่างจากเมืองคู่เชอ ขึ้นมาทางทิศเหนือ ประมาณ 60 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนพิกัดความสูงราว 1,600 เมตร มียอดสูงสุดที่ราว 2,048 เมตร มีความยาว ราว 3.7 กิโลเมตร ความลึกชันราว 150-200 เมตร และมีส่วนแคบที่สุดเพียง 1.2 เมตรเท่านั้น ภายในเป็นหุบโตรก อันสูงชัน อันเกิดจากฝีมือธรรมชาติของธารน้ำ กระแสลม และสายฝน ที่กัดกร่อนภูผาหินทรายแดง สามารก จินตนาการได้มากกว่า 40 ทิวทัศน์อันตระการตา รวมทั้ง มีถ้ำพระสหัสพุทธโบราณที่อยู่บนหน้าผาชัน..”

เมื่ออยู่ภายนอก มิอาจทราบได้เลยว่า ด้านในจะมีหุบโตรกอันลึกยาวชุกซ่อนอยู่ มิพักจะไปนึกถึงนักเดินทาง เมื่อกาลก่อน จะทราบได้อย่างไรว่า ภายในจะมี ถ้ำพระสหัสพุทธ ประดิษฐานอยู่ นับเป็นการเลือกเฟ้น ทำเลอันสงบวิเวกอย่างยิ่งยวดของผู้สร้างเมื่อกว่า 1,200 ปีก่อนโดยเที่ยงแท้

ถ้ำพระสหัสพุทธและหุบโตรกแดงอันซ่อนเร้น เบื้องหน้านี้ ถูกค้นพบได้อย่างไร?

ตามประวัติเล่าว่า ในปี ค.ศ.1995 มีเด็กหนุ่ม คนหนึ่ง ต้อนฝูงแกะเข้าไปหากินในทุบโตรกสีแดงเพลิงเหมือนเช่นทุกวัน ทว่าในวันนั้น เหมือนมีแรงดลใจบางอย่าง ในระหว่างที่ฝูงแกะกำลังแทะเล็มหญ้าและดื่มนํ้าใสใต้ธารในหุบโตรกนั้น เขาได้ปีนขึ้นไปบน หน้าผาที่สูงชะโงกเงื้อมกว่า 30 เมตร สิ่งที่เขาได้ ค้นพบโดยบังเอิญบนหน้าผานั้นก็คือ ถ้ำพระสหัสพุทธ ที่ได้มาซ่อนเร้นอยู่ในหุบโตรกแห่งนี้

เมื่อข่าวดังกล่าวแพร่สะพัดออกไป หน่วยงาน โบราณคดีของ หมู่ถ้ำคีชิล ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทาง ตะวันตกราว 60 กิโลเมตร ได้เข้ามาสำรวจ พบว่า บริเวณบนหน้าผาสูงชัน ได้เก็บงำ ถํ้าพระสหัสพุทธ ไว้คูหาหนึ่ง ซึ่งภายในแบ่งออกเป็นเจ็ดคูหาย่อย ปรากฏงานจิตรกรรมบนฝาผนังและเพดาน เป็นศิลปะ ในสมัยราชวงศ์ถัง ราวคริสต์ศตวรรษที่ 8 เป็นภาพพระสหัสพุทธโดยช่างฝีมือชาวจีนฮั่น มีขนาดพื้นที่ ประมาณ 15 ตารางเมตร ต่อมาได้ตั้งชื่อ พระสหัสพุทธคูหา นี้ว่า อาไอ่สือคู (A Ai Shi Ku)


การค้นพบ อาไอ่สือคู มิได้นำมาซึ่งเพียงการค้นพบ ถ้ำพระสหัสพุทธ ที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางหุบโตรกผาลึก แห่งเทียนซานเท่านั้น หากแต่ทำเลที่ตั้งของถ้ำ ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทีมนักโบราณคดีและผู้ติดตามเข้ามาสำรวจ ได้เห็นความยิ่งใหญ่ของผลงานประติมากรรมธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของเทือกภูฟ้า ที่ต่อมาได้ถูก พัฒนาขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของคู่เชอ

แม้ในวันที่ผมเดินทางมาเยือน ถํ้าพระสหัสพุทธอาไอ่สือคู จะถูกปิดไม่ได้เข้าชม แต่ความมหัศจรรย์ ของทิวทัศน์ในหุบผาศิลาทรายแดงแห่งนี้ ก็ทำให้ผมนึกไปถึง เพตรา  (Petra) นครศิลาสีชมพูอันเลื่องชื่อของ ประเทศจอร์แดน ที่ตลอดทางเดินเข้าหุบโตรกภูผาทราย ซึ่งถูกกัดเซาะจนพื้นผิวศิลาทรายแดงของผนังผา อันกล้าแกร่งเป็นระลอกพลิ้วคลื่น บ้างก็เอียงทางซ้าย บ้างก็เอียงขวา บ้างก็เป็นแถวตรง บ้างก็เป็นวังวน ไปตามอิริยาบถของธรรมชาติ ที่จะบรรจงสรรแต่ง ชวนให้จินตนาการเป็นภาพต่างๆได้มิซ้ำแบบ เช่น สิงโตผยองรับแขก, เทพสุนัขเฝ้าหุบ, ประตูสู่สวรรค์ทิศใต้. ยอดเขานกเพนกวิน, บ่อนํ้าพุศักดิ์สิทธิ์ ไปจนถึง พลับพลางามวิจิตร ธรรมชาติได้กัดเซาะยอดผาชัน ให้ดูงามอลังการ โดยเฉพาะยามต้องแสงสุริยา ดูระยิบระยับ ดั่งเวียงวังของเทพบนเมืองแมนชั้นฟ้า


และนี่คือ คีชิลลี่ยา โตรกแดงลึกลับแห่งเทียนซาน ภูมิทัศน์ที่ทั้งมหัศจรรย์ ลี้ลับ และศักดิ์สิทธิ์ เพียงหนึ่งเดียว ของเทือกเขาเทียนซาน และเพียงหนึ่งเดียวของแผ่นดิน มังกร ที่คุณต้องไม่พลาดหาโอกาสไปเยือน

คีชิลลี่ยา

ที่ตั้ง

เมืองคู่เชอ (Kuche)

เขตปกครองตนเองชนชาติ เหวยหวูเอ่อร์ชินเจียง (ชินเกียง-Xinjiang Uyghur Autonomous Region)

ฤดูกาล

สามารถเที่ยวชมได้ทั้งปี แม้แต่เป็นฤดูร้อน ด้วยอยู่เหนือระดับน้ำทะเลค่อนข้างสูง แต่ด้วย โตรกแดง น่าจะเป็น หนึ่งในรายการเดินทางไป เที่ยวชมเส้นทาง คาราโครัม ไฮย์เวย์ฝั่งจีน (Karakoram Highway) ที่มีจุดเริ่มต้น ที่ เมืองคาชการ์ (Kashgar) จีนเรียกว่า คาสือ (Kashi) จึงควรจะเดินทางไปช่วงฤดูอบอุ่น ที่สามารถขึ้นไปชายแดน ปากีสถานได้ คือตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม จนถึง เดือนกันยายน

ข้อแนะนำ

จาก เมืองคู่เชอสู่คีชิลลี่ยา บนเส้นทางคือหนึ่งใน ทัศนียภาพอันน่ามหัศจรรย์ สามารถแวะถ่ายรูปได้ ทุกๆโค้งถนน จึงควรมีเวลา อย่างน้อย 1 วัน ในการ เดินทางไป คีชิลลี่ยา

รายการเดินทาง

วันที่ 1 เมืองคู่เชอ (จะบิน มาจาก วู่หลู่มู่ฉี หรือนั่งรถมา)

วันที่ 2 ไป เที่ยว คีชิลลี่ยา ทั้งวัน

วันที่ 3 เที่ยว เมืองคู่เชอ เต็มวัน (มีสถานที่หลายแห่ง)

วันที่ 4 กลับ หรือเดินทางต่อไป สู่ทางใต้ที่ เมืองคาชการ์ เพื่อชื้น สู่เส้นทาง คาราโครัมไฮเวยฝั่งจีน

ที่พัก

เมืองคู่เชอ มีที่พักตั้งแต่ ระดับ 1-3 ดาว

หน้าอุทยาน ไม่มีที่พักอาจจะ ขอพักกับชาวบ้านได้

จากหนังสือ Travel Guide Book

Filed in: ทัวร์จีน Tags: , , ,

Recent Posts

Bookmark and Promote!

Leave a Reply

You must be Logged in to post comment.

Proudly designed by Theme Junkie.