
สวีเสียเค่อ (Xu Xia Ke ค.ศ.1587-1641) นักภูมิศาสตร์และนักบันทึกการเดินทางลือนาม สมัยราชวงศ์หมิง ผู้ใช้ชีวิตกว่า 30 ปี ในการ ย่ำเท้าศึกษาสัญจรไปกว่าหมื่นลี้ ใน 16 มณฑล ของจีนอันไพศาล หวงซาน (Huang Shan) เป็นจุดหมายหนึ่ง ที่ สวี เสียเค่อ ได้เคยไต่ชะง่อนหินผาสูงขึ้นมาท่องภู แล้วพรรณนา ชื่นชม หวงซาน เป็นอมตะพจน์นี้
หรือคำกล่าวชื่นชมสุดยอดความงามแห่งขุนเขา และธารน้ำของแผ่นดินจีน อันเป็นที่คุ้นเคยกันดีของ นักเดินทางชาวจีนและชาวโลกในปัจจุบัน ว่า…
“หากชมภูเขาที่หวงซานแล้ว…ขุนเขาอื่นในปฐพีภพ ล้วนไม่มีความหมาย
หากชมธารนํ้าที่จิ่วจ้ายโกวแล้ว…สายน้ำอื่นในโลกา ย่อมไม่อยู่ในสายตา”
หวงตี้ (Huang Di) บูรพกษัตริย์เหลืองพระองค์แรกของชนชาติจีน ได้ทรงขึ้นมา
อุทยานแห่งชาติภูเขาหวงซาน (Huang Shan National Park) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ มณฑล อานเฮวย (อันฮุย-An Hui) ทางภาคตะวันออก ของประเทศจีน อยู่เหนือ เมืองหวงซาน หรือชื่อเก่า คือ ถุนซี (Tun Xi) ขึ้นใปราว 70 กิโลเมตร ค.ศ.1985 ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ค.ศ. 1990 ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้
เส้นทางที่นิยมขึ้นสู่ หวงซาน มากที่สุด คือ โดยสาร รถกระเช้าไฟฟ้าจากสถานีหยุนกู่ซื่อ (Yungusi cable car) ขึ้นไปจนถึงสถานีปลายทาง ด้านบน คือ สถานีสันเขาห่านขาว (Baierlingzhan) ที่ระดับความสูง 1,667 เมตร ระหว่างอยู่บนรถกระเช้า จะเห็นผาหินแกรนิตสีเทาดำ สลับซับซ้อนเป็นชั้นๆราวถูกขวานของเทพเจ้ามาบากเชาะร่องไว้ ตามซอกหลืบเหลี่ยมเขา จะมีต้นสนสีเขียนแกมดำสูงชะโงกง้ำ โผล่ออกมาจากชะง่อนหิน และตามรอยแยกของหน้าผาชัน แอ่นลำต้นโค้งขึ้นต้านแรงโน้มถ่วงของโลก และแผ่กิ่งก้านสาขาอันเขียวครึ้ม ดูทิวทัศน์อันงามมหัศจรรย์แปลกตา ในความเพียรของธรรมชาติ
และนี่เองกระมัง…ที่แต่เดิมมา ขุนเขาแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกขานกันว่า ภูเขาดำ (Yi Shan) เพราะเมื่อมองแต่ไกลจะเห็นแต่สีเทา ดขียว แกมดำ ของผาหินแกรนิตกับต้นสน ก่อนมาเปลี่ยนเป็น หวงซาน หรือ ขุนเขาเหลือง ในสมัย จักรพรรดิถังเสวียนจง (Tang Xuan Zhong) แห่งราชวงศ์ถัง ตามตำนานเทพปกรณัมว่า เคนเป็นสถานที่ หวงตี้ (Huang Di) บูรพกษัตริย์เหลืองพระองค์แรกของชนชาติจีน ได้ทรงชึ้นมาฝึกฝนพละกำลัง และทรงกลั่นอายุวัฒนะบนขุนเขาแห่งนี้ จนบรรลุอมตะเป็น เซียน ขึ้นสู่สรวงสรรค์
อะไรที่ทำให้หวงซาน ได้รับการชื่นขมและยกย่อง จากชาวจีนมาอย่างยาวนานเช่นนี้?
คำตอบก็คือ หวงขาน มี 4 สุดยอดความงาม ต้นแบบของขุนภูแดนมังกรนั่นคือ
1.หินประหลาด (Guai Shi) หลากรูปทรงลีลา ดุจอัญมณีเม็ดงามที่เทพเจ้าได้ปล่อยวางลงบนผืนพิภพ ให้เกลื่อนกล่นกระจัดกระจายตามยอด หรือชะง่อนภู ของหวงซาน ที่ปรากฏนามตามจินตนาการมีถึง 120 แห่ง หินประหลาดที่มีชื่อเสียงที่สุด เห็นจะเป็น หินบินมา (Fei Lai Shi) หนึ่งในสัญลักษณ์ของ หวงซาน
2. สนแปลก (Qi Song) ต้นสนโบราณอายุหลายร้อยปี ที่ขึ้นอยู่บนโขดหิน หรือยอดภูอันสูงชัน เป็นเสน่ห์ที่แท้จริงของ หวงซาน ดั่งคำกล่าวอุปมา อุปไมยบทหนึ่งว่า…
ฝึกฝนพละกำลัง และทรงกลั่นอายุวัฒนะ บนขุนเขาแห่งนี้
“ไร้ขุนเขา ย่อมไร้หิน
ไร้หิน ย่อมปราศจากสน
เมี่อไร้สนแล้ว จะหาความงามจากที่ใดอีกเล่า?”
สนหวงซาน (Huang Shan Song) คือต้นสน ที่ขึ้นอยู่เหนือระดับนํ้าทะเล 800 เมตรขึ้นไป (ต่ำกว่า 800 เมตรลงมา เรียกว่า สนหางม้า (Ma Wei Song)
สำหรับผมแล้ว นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ได้บรรจงจัดวาง ต้นสนหวงซาน โบราณอายุหลายร้อยปี นับพันหมื่นต้นให้ขึ้นปกคลุมอยู่บนโขดหินของขุนภูเหล่านี้ จนประหนึ่งเป็น สวนสวรรค์บอนไซของเทพเจ้า
แล้วสวนสวรรศ์นี้เองหรือเปล่า?…ที่ต่อมาได้กลายเป็น แรงดลใจ ให้ศิลปินท้องถิ่น ต่างคัดหินก้อนสวย
ไม้ดัดงามหลากลีลา มาจัดวางเป็นกระถางบอนไซ เพื่อเลียนตามธรรมชาติให้ใกล้เคียงที่สุด ดังคำแปล กระถางบอนไซ ในภาษาจีน ที่เรียกว่า ทิวทัศน์ ในกระถาง (Pen Jing)
3. ทะเลหมอก (Yun Hai) คงมิใช่สิ่งแปลก ที่จะ พบเห็น ทะเลหมอก ได้ตามขุนภูที่ปกคลุมด้วยพงไพร ทั่วไป แต่สำหรับบน หวงซาน แล้ว ยามเมฆคล้อย หมอกเคลื่อนผ่านยอดเขา หินประหลาด และสนแปลก ยิ่งยามต้องแสงสุรีย์ที่ทอแสงเป็นประกายสาดส่อง นับเป็นภาพความงามเอก ที่ยากจะหาจิตรกรมือชั้นเซียนผู้ใด จะมาวาดให้เสมอเหมือนได้
หวงซาน มีจุดชมทิวทัศน์ทะเลหมอกสวยทั้งสี่ทิศ คือ
ทิศตะวันออก-ทะเลบูรพา (Dong Hai) ชมทะเลหมอก ยามอาทิตย์อรุโณทัยได้ดีที่สุด บริเวณ ยอดเขาแสงสว่าง (Guang Ming Ding) และ ยอดสันเขาห่านขาว
ทิศตะวันตก-ทะเลประจิม (Xi Hai) เหมาะสำหรับ ชมทะเลหมอกยามอาทิตย์อัสดง บริเวณ หุบโตรกทะเล ประจิม (Xi Hai Da Xia Gu)
หวงซาน เคยอยู่ใต้ผืนท้องมหาสมุทรมาก่อน จนเมื่อ 200 ล้านปีที่แล้วใต้ผืนมหา
ทิศเหนือ-ทะเลอุดร (Bei Hai) มีพื้นที่ชมทะเล หมอกที่กว้างขวางและขึ้นชื่อที่สุด ทั้งในยามเช้าและ เย็น คือ บริเวณ หอเย็นชื่น (Qing Liang Tai) และ ยอดเขาสิงโต (Shi Zi Feng) เป็นจุดชมทิวทัศน์ ที่บรรเจิดที่สุด
ทิศใต้ เรียก-ทะเลทักษิณ (Nan Hai) ชมได้ที่บริเวณ ยอดเขาอวี้ผิงเฟิง (Yu Ping Feng)
4. น้ำพุร้อน (Wen Quan)
ในตำนานเทพปกรณัมเคยเล่าว่า บูรพกษัตริย์หวงตี้ ขณะพระองค์ทรงฝึกพละกำลังบน หวงซาน ได้ทรง ลงสรงและเสวยนํ้าพุร้อนอันทรงคุณค่า ที่เสมือนเป็น ยาอายุวัฒนะ ช่วยขับล้างพิษ เพิ่มพละกำลัง และทำให้อ่อนวัย จึงเรียกว่า น้ำพุอมฤต
ในทางธรณีวิทยาเชื่อว่า หวงซาน เคยอยู่ใต้ ผืนท้องมหาสมุทรมาก่อน จนเมื่อ 200 ล้านปีที่แล้ว ใต้ผืนมหาสมุทรได้ถูกยกตัวขึ้นมาเป็นแผ่นดิน ต่อมาเกิดเถ้าลาวาระเบิดขึ้นมาปกคลุมแผ่นดิน จับตัวแข็งเป็นชั้นหินแกรนิต 100 ล้านปีถัดมา ธรรมชาติของ หวงซาน จึงค่อยๆอุบัติขึ้น
ตราบจนเมื่อผ่านกาลเวลา อาณาบริเวณ 155 ตารางกิโลเมตรของ ขุนภูหวงซาน จึงบังเกิดเป็นแผ่นผาอันกว้างใหญ่ และยอดหิน แกร่งปลายแหลมที่สูงเกินกว่า 1,000 เมตรขึ้นไป เป็นจำนวนถึง 77 ยอด มีชื่อเรียก 72 ยอด โดยมี ยอดเขาดอกบัว (Lian Hua Feng) เป็นยอดสูงอันดับหนึ่งคือ 1,864 เมตร
มหาสมุทรได้ถูกยกตัวขึ้นมาเป็นแผ่นดิน
รัตนกวีสมัยราชวงศ์ถังนาม หลี่ไป๋ (Li Bai ค.ศ.701-762) ได้เคยพรรณนาถึงบรรดาเทือกภูของ หวงซาน ไว้ตอนหนึ่งว่า…
“ขุนภูแห่งหวงซานสูงเป็นพันหมื่นฟุต
มีจำนวน 32 ยอดดุจดอกบัว
เสาหินสูงเสียดเบียดหน้าผา
ดั่งอุบลปทุมมาศกลางเมฆาสมุทร”
ภาพที่ หลี่ไป๋ เคยเห็น หวงซาน เมื่อกว่า 1,200 ปีก่อน คงจะพอให้เราได้เห็นภาพของบรรดาขุนภูน้อยใหญ่ มากมาย…ตราบจนทุกวันนี้ ภาพดังกล่าวยังคงปรากฏอยู่ รอคอยให้พวกเราขึ้นไปเยือน เพื่อพิสูจน้ให้เห็นกับ สายตาว่า มรดกโลก นาม หวงซาน แห่งนี้ จะงดงาม สมดั่งคำพรรณนายกย่องข้างต้นหรือไม่?
หวงซาน
ที่ตั้ง
เมืองถุนซี (Tunxi)
มณฑลอานเฮวย (อันฮุย-Anhui)
ฤดูกาล
เมษายน เริ่มฤดูใบไม้ผลิดอกไม้บาน อากาศเย็น มีฝนบ้าง อาจมีหมอก
พฤษภาคม ฤดูใบไม้ผลิ ฝนเริ่มมาก มีหมอก
มิถุนายน-สิงหาคม ฤดูร้อน ฝนตก มีหมอกหนา
กันยายน-ตุลาคม เข้าฤดูใบไม้ร่วง ฝนน้อย มีหมอก
พฤศจิกายน-มีนาคม ฤดูหนาว อากาศหนาว กลางฤดูมีหิมะ
ข้อแนะนำ
ช่วงดืคือช่วงที่มีหมอก นั่นหมายถึงกลางปี อันเป็นช่วงฤดูร้อนที่มีฝนตกชุก แต่ธรรมชาติไม่สามารถ กำหนดได้ หมอกอาจจะท่วม มองไม่เห็นทัศนียภาพ หรืออาจจะไม่มีเลยสักก้อน อีกช่วงเป็นช่วง หิมะตก ที่ว่างดงามที่สุด เพราะมัก จะปรากฏ ทะเลหมอก เสมอๆ
ปัจจุบันเครื่องบินลงที่เมืองถุนชี เที่ยวโดยรอบแล้ว ขึ้นภูเขาหวงซาน ไม่ต้อง เดินทางข้ามไปเซี่ยงไอ้ เหมือนก่อนได้
แม้จะนั่งกระเช้าขึ้นภูเขาแล้ว แต่กิจกรรมด้านบนคือการ เดิน เดิน และ เดิน
แนะนำให้ขึ้นไปพักบนภูเขา อย่างน้อย 1 คืน
รายการเดินทาง
วันที่ 1 บินลง เมืองถุนซี
วันที่ 2 เดินทางไป ภูเขาหวงซาน ขึ้นไปพักบน ภูเขา ชมพระอาทิตย์ตก
วันที่ 3 เดินเที่ยวทั้งวัน พักบนภูเขา
วันที่ 4 เดินทางลงมาเที่ยว เมืองฮงชุน (Hong Cun) มรดกโลก-เที่ยว เมืองถุนซี พักเมืองถุนซี
วันที่ 5 เที่ยว เมืองซีตี้ (Xidi) มรดกโลก บินกลับ
ที่พัก
เมืองถุนชี มีที่พักตั้งแต่ เกสต์เฮ้าส์ถึงระดับ 4 ดาว
บนภูเขาหวงซาน มีที่พัก ตั้งแต่เกสต์เฮ้าส์ถึงระดับ 3 ดาว (สภาพห้องปานกลาง)
หนังสือ travel Guide book






